ถ้าใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ คงทราบกันดีว่าจังหวัดระนองเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ และมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติให้เลือกอย่างมากมาย ทั้งชายหาดที่สงบเงียบสวยงาม ท้องทะเลสวยใสอุดมไปด้วยทรัพยากรใต้น้ำ มีจำนวนหมู่เกาะใหญ่เล็กที่พร้อมจะอวดสายตาให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัส อย่างเช่นอุทยานแห่งชาติแหลมสน

อุทยานแห่งชาติแหลมสนถือได้ว่าเป็นอุทยานลำดับที่ 46 ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน มีเนื้อที่ทั้งหมด 196,875 ไร่ ตั้งอยู่อำเภอกะเปอร์ อำเภอเมือง กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งอุทยานแห่งนี้มีเต็มไปด้วยความร่มรื่นของป่าสนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้มีเหล่าบรรดานกหลากสายพันธุ์เข้ามาเกาะอาศัย รวมทั้งมีหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวออกไปอย่างสุดลูกหูลูกตา นอกจากนั้นยังมีลำน้ำสายสั้นขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น คลองลัดโนด คลองขะนุด และคลองบางเบน โดยลำคลองเหล่านี้ได้พัดพาเอาตะกอนมาทับถมรวมกันที่บริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่งก่อให้เกิดป่าโกงกางไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสได้อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ใครไม่ไปเยือนถือว่ายังไปไม่ถึงอุทยายแหลมสน ได้แก่ “หมู่เกาะกำ” เป็นหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่รักการดำหน้า ดูปะการังที่ยังมีสภาพสมบูรณ์พร้อมด้วยพันธ์พืชและสัตว์ป่า แต่ถ้าหากอยากที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นก็ต้องไปเที่ยวที่ “บ้านแหลมนาว” หมู่บ้านที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงยึดอาชีพชาวประมงชายฝั่งอย่างเหนียวแน่น “เกาะค้างคาว” เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสอยู่ด้านเหนือของเกาะเป็นหาดหินงาม มีหินทรงกลมมนเรียงรายอยู่เต็มหาดไปหมด และที่ยอดนิยมสุดท้ายคือ “หาดบางเบน” หาดทรายขาวละเอียด ร่มรื่นไปด้วยป่าสน ธรรมชาติที่สวยงาม ถ้าเรายืนบนชายหาดเราสามารถมองเห็นเกาะะแก่งในทะเลได้อย่างงดงามยิ่งช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินด้วยแล้ว บรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

ถ้าช่วงวันหยุดยาวใครกำลังมองหาที่ท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ลองจัด     ทริปกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือชวนคนรักไปฟินกันที่อุทยานแห่งชาติแหลมสนดู เพราะถึงแม้อุทยานแห่งนี้จะเคยประสบเหตุการณ์สึนามิถล่มเข้าฝั่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามด้อยค่าลงไปเลย ยิ่งจะทวีความสวยงามมากขึ้นแถมยังเป็นการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยได้อีก “ท่องเที่ยวไทย ไม่ไปไม่รู้” คะ

(Visited 2 times, 1 visits today)